ความหมายและพัฒนาการของอินเทอร์เน็ต

                

 

                                                                    

                 

                อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายสาธารณะ  จึงเข้าสู่เครือข่ายได้อย่างเสรีภายใต้กฎเกณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายจากการเชื่อมต่อของเครือข่ายทั่วโลก

 

 
เครือข่ายอินเทอร์

 

พัฒนาการของอินเทอร์เน็ต

(ARPAnet)  

2512              

2515

2518

2526

(TCP/IP)

2532

2546

2549

2552

 

 

การทำงานของอินเทอร์เน็ตการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

(ADSL)  

            เทคโนโลยีที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีดังนี้

(modem)

(ADSL)

(ISDN)  

(aircard)

(3G)
 
การเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตของเทคโนโลยีเอดีแอสแอล  ไอเอสดีเอ็น  และโมเด็ม  มีขั้นตอนที่เหมือนกัน  ดังนี้

1. ผู้ใช้ขอเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต จากผู้ให้บริการโดยการพิมพ์ชื่อเข้าใช้ (login)  และรหัสผ่าน (password)

2. โมเด็มจะทำหน้าที่หมุนหมายเลขโทรศัพท์ไปยังผู้ให้บริการพร้อมกับลงชื่อเข้าใช้และรหัสผ่านไปด้วย

3. ข้อมูลชื่อเข้าใช้  และรหัสผ่านเดินทางผ่านทางสายโทรศัพท์

4. ผู้ให้บริการได้รับการร้องขอเข้าใช้บริการอินเทอร์เน็ต จะทำการตรวจสอบชื่อเข้าใช้  และรหัสผ่าน  ถ้าถูกต้องจะส่งข้อมูลกลับไปว่า  เข้าใช้สำเร็จ

5. ผู้ใช้จะสามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้ทันที

                สำหรับการเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตด้วยแอร์การ์ดทำได้โดยเสียบแอร์การ์ดเข้ากับคอมพิวเตอร์สมุดพกหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่เปิดเครื่องไว้แล้ว  จากนั้นคลิกปุ่มคำสั่ง Connect  ก็สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้  ส่วนการเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบทรีจี  ซึ่งเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง  เมื่อเปิดโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทันที  สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นครั้งคราว  ต้องเข้าไปที่รายการการเชื่อมต่อ  แล้วเลือกจีพีอาร์เอส(GPRS)  ติดต่อกับเครื่องแม่ข่าย  เพื่อขอใช้งานจึงจะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้

การใช้งานอินเทอร์เน็ต

                การใช้งานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีหลายรูปแบบ  ซึ่งผู้ใช้ควรศึกษาวิธีการใช้ให้เข้าใจและฝึกใช้เป็นประจำจึงจะใช้ได้ถูกต้องและเกิดประโยชน์มากที่สุด  ดังตัวอย่าง

            อีเมล์

                อีเมล์(e-mail)  หรือ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  เป็นการส่งข้อความอย่างเดียวหรือแนบไฟล์  ภาพนิ่ง  ภาพเคลื่อนไหว  และเสียงไปกับข้อความ  เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดต่อสื่อสารกันระหว่างผู้ส่งและผู้รับผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการส่งจดหมายหรือพัสดุทางไปรษณีย์  แต่ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มากกว่า  โดยมีซอฟต์แวร์เป็นบุรุษไปรษณีย์  ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเส้นทางการส่งจดหมาย  และการจ่าหน้าซองจดหมายหรือพัสดุเป็นการอ้างอิงที่อยู่ของไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  แทนการเขียนลงบนซองจดหมายหรือกล่องพัสดุ

                การส่งอีเมล์ถึงผู้รับมีขั้นตอน  ดังนี้

1.       ลงทะเบียนเพื่อขอใช้บริการอีเมลของเว็บไซต์ที่ให้บริการก่อน  ในกรณีที่ยังไม่สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี

2.       เข้าสู่ระบบของผู้ให้บริการ (login)  โดยพิมพ์ชื่อเข้าใช้ (username)  และรหัสผ่าน(password)

3.       คลิกปุ่มคำสั่ง NEW  หรือ สร้าง

4.       พิมพ์ที่อยู่ของผู้รับ

5.       พิมพ์หัวเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อความที่จะส่งไปให้ผู้รับ

6.       พิมพ์ข้อความที่ต้องการส่ง

7.       คลิกปุ่มคำสั่ง Send  หรือ  ส่ง

 

 

 

บล็อก

                บล็อก (blog)  ย่อมาจากคำว่า เว็บล็อก(weblog)  ซึ่งเป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่งที่ถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาในการเขียนและจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้บนสุด

                บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วยข้อความ  ภาพ  การเชื่อมโยงภายในบล็อกและเว็บไซต์อื่น  และบางครั้งอาจมีสื่อต่าง ๆ เช่น  เพลง  วิดีโอ  ร่วมด้วย  บล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูลสามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเขียนขึ้น  และเจ้าของบล็อกสามารถโต้ตอบกลับได้ทันที

                บล็อกเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลาย  โดยเจ้าของบล็อกสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร ประกาศข่าย  แสดงความคิดเห็น  และเผยแพร่ผลงานได้  นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนขึ้นเฉพาะเรื่องส่วนตัวจะเรียกว่า  ไดอารีออนไลน์  และบริษัทเอกชนหลายแห่งได้จัดทำบล็อกขึ้นเพื่อเสนอแนวความคิดใหม่ให้กับลูกค้าในรูปแบบข่าวสั้น และเมื่อได้รับการตอบรับจากลูกค้า  จึงนำการตอบรับนี้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการต่อไป

                การใช้งานบล็อกในฐานะผู้อ่านและต้องการ่วมแสดงความคิดเห็น  ทำได้ดังนี้

1.       เข้าไปในบล็อกที่ต้องการอ่านหรือร่วมแสดงความคิดเห็น  โดยเลือกผ่านการสืบค้นด้วยโปรแกรมเรียกค้นข้อมูล

2.       พิมพ์ข้อความแสดงความคิดเห็น

3.       คลิกปุ่มคำสั่ง  ส่งความคิดเห็น

เว็บไซต์ที่ให้บริการสมาชิกได้สร้างเว็บในลักษณะของเว็บบล็อกได้ฟรีที่นิยมในปัจจุบัน ได้แก่ hi5,  Facebook,  Bloger,  Ning, Gotoknow  เป็นต้น

            การโอนย้ายแฟ้มข้อมูล

การโอนย้ายแฟ้มข้อมูล  หรือ  เอฟทีพี(FTP : File Transfer Protocol)  เป็นบริการของสถานีบริการโอนย้ายข้อมูล  ซึ่งอาจเป็นขององค์กรใดองค์กรหนึ่งที่มีการนำข้อมูลมาเก็บไว้  ข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์  เป็นเอกสาร  หรือแฟ้มข้อมูลอื่นใดก็ได้  สถานีบริการนี้จะดูแลแฟ้มและให้บริการแก่ผู้เรียกใช้  ทั่งในระยะใกล้และสถานีห่างไกลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  โดยผู้เรียกใช้สามารถติดต่อเข้าไปเพื่อขอคัดลอกแฟ้มข้อมูลที่ต้องการมาใช้งานได้

                นอกจากนี้  การโอนย้ายข้อมูล  ยังสามารถนำข้อมูลของผู้ใช้ที่มีอยู่  โอนย้ายไปให้ผู้อื่น หรือนำไปไว้ในเครื่องบริการที่เชื่อมต่ออยู่บนอินเทอร์เน็ตที่อื่น  ซึ่งผู้ใช้มีสิทธิ์ในการใช้

                ซอฟต์แวร์โอนย้ายข้อมูลที่นิยมใช้กันมีอยู่หลายชนิด  เช่น  WS_FTP, Cute FTP, FileZilla เป็นต้น ซึ่งในทีนี้จะขอนำเสนอวิธีการใช้งานซอฟต์แวร์ WS_FTP เพราะมีวิธีการติดตั้งไม่ยุ่งยากและใช้งานง่าย

                การโอนย้ายข้อมูลโดยใช้ซอฟต์แวร์ WS_FTP ที่ติดตั้งแล้ว  ทำได้โดยเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  แล้วปฎิบัติดังนี้

1.       ดับเบิลคลิกที่ปุ่มคำสั่งของซอฟต์แวร์ WS_FTP เพื่อเปิดใช้งาน

2.       เลือกข้อมูลที่ต้องการโอนย้าย

3.       คลิกปุ่มคำสั่ง Ü

4.       แสดงการโอนย้ายสำเร็จ

การสืบค้นข้อมูลโดยใช้โปรแกรมเรียกค้นข้อมูล (search engine)

                บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีข้อมูลมากมายให้สืบค้น  ทั้งข่าวสาร  บทความ  รูปภาพ  เพลง  มิวสิกวิดีโอ  แผนที่  ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้สืบค้น  โดยการสืบค้นข้อมูลที่ต้องการแบบประหยัดเวลานั้น  ต้องทราบแหล่งที่มีข้อมูล  วิธีการสืบค้นและมีโปรแกรมเรียกค้นข้อมูล

                เซิร์ซเอนจิน (search engine)เป็นโปรแกรมเรียกค้นข้อมูลหรือโปรแกรมช่วยสืบค้นข้อมูลที่เก็บไว้ในเว็บไซต์ต่าง ๆ บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

โปรแกรมเรียกค้นข้อมูล  สามารถพบได้ทั้งเว็บไซต์ต่างประเทศและในประเทศ  เช่น www.google.comwww.google.co.thwww.yahoo.comwww.lycos.com,  www.sanook.comhttp://www.siamguru.com เป็นต้น  ซึ่งเว็บไซต์ที่คนไทยคุ้ยเคยกันดีก็คือ  http://www.google.co.th นั่นเอง

การสืบค้นข้อมูลภาษาไทยโดยใช้โปรแกรมเรียกค้นข้อมูลของ http://www.google.co.th มีขั้นตอน  ดังนี้

1.       เปิดเว็บเพจกูเกิล  โดยพิมพ์ www.google.co.th ลงในช่องว่าง  แล้วกดปุ่ม Enter

2.       พิมพ์คำค้นหาหรือคำสำคัญ(keyword)  ที่ต้องการสืบค้นข้อมูลลงในช่องว่าง

3.       คลิกปุ่มคำสั่ง  ค้นหาด้วย Google

4.       คลิกเลือกเว็บไซต์ที่ต้องการสืบค้นข้อมูล  แล้วจะปรากฎรายละเอียดข้อมูลที่อยู่ในเว็บไซต์นั้น ๆ

หมายเหตุ

www.google.co.th  เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจ  Search engine ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ซึ่งมีรายได้หลักจากการโฆษณาออนไลน์ อีเมล  เครือข่ายออนไลน์  แผนที่ออนไลน์  ก่อตั้งโดย  แลร์รี เพจ  และเซอร์เกย์ บริน  คำว่า google  มาจากจำนวนทางคณิตศาสตร์  หมายถึง  เลข 1  ตามด้วย 0  อีกร้อยตัว  หรือ  10100  เพื่อแสดงว่าบริษัทต้องจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาล

            การสนเทนาบนเครือข่าย

                การติดต่อสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต  นอกเหนือจากการใช้อีเมลแล้ว ยังสามารถสนทนาพูดคุยกันได้  โดยใช้ซอฟต์แวร์ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันไป  เช่น  พิมพ์ข้อความผ่านคีย์บอร์ด  การพูดคุยผ่านไมโครโฟน  และการพูดคุยผ่านเว็บแคมซึ่งสามารถมองเห็นหน้าตาผู้สนทนา  รวมถึงสามารถส่งไฟล์ข้อมูล  ข้อความภาพและเสียงไปให้คู่สนทนาขณะพูดคุยกันได้  เป็นต้น 

                ซอฟต์แวร์สนทนาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยม  เช่น  เอ็มเอสเอ็น  เมสเซนเจอร์ (MSN Messenger)  ไอซีคิว (ICQ)  เป็นต้น

                ตัวอย่างการสนทนาบนเครือข่าย ด้วยซอฟต์แวร์  เอ็มเอสเอ็น  เมสเซนเจอร์ (MSN Messenger)  มีขั้นตอนดังนี้

1.       คลิกปุ่มคำสั่ง  start  >  All Programs  >  Windows Live  >  Windows Live Messenger  หรือ  ดับเบิลคลิกไอคอน  ….. บนหน้าต่างทำงาน

2.       ลงชื่อเข้าใช้และรหัสผ่าน

3.       คลิกปุ่มคำสั่ง  ลงชื่อเข้าใช้

4.       คลิกลงบนรายชื่อเพื่อนที่ต้องการสนทนาด้วย  แล้วเลือกส่งข้อความด่วน

5.       พิมพ์ข้อความสนทนาลงไปยังช่องว่างด้านล่าง  แล้วกดปุ่ม  Enter  บนคีย์บอร์ด  จะปรากฎข้อความสนทนาที่หน้าต่างด้านบน

ถ้าคู่สนทนาส่งข้อความตอบกลับมา ปุ่มคำสั่งซอฟต์แวร์จะกระพริบและมีเสียงเตือนให้อ่านข้อความ

คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต

                คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต  เป็นแบบแผนความประพฤติหรือความสำนึกต่อสังคมในทางที่ดีเมื่อใช้อินเทอร์เน็ต  เพื่อความปลอดภัยและความสงบสุขในสังคมอินเทอร์เน็ต  โดยไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว  ขึ้นอยู่กับการยอมรับทางสังคมของสังคมนั้น ๆ เป็นหลัก  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักเกี่ยวข้องกับความคิด  และตัดสินใจได้ว่า  สิ่งไหนควรหรือไม่ควรปฏิบัติ  ดีหรือไม่ดี  ถูกหรือผิด  ในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้

                1. ความเป็นส่วนตัว  หมายถึง  สิทธิ์ส่วนตัวของบุคคล  หน่วยงาน  หรือ องค์กร  ที่จะคงไว้ซึ่งสารสนเทศที่มีอยู่  โดยให้เปิดเผยหรือยินยอมให้ผู้อื่นนำไปใช้ประโยชน์ต่อหรือเผยแพร่ได้หรือไม่  หากมีการนำไปใช้ จะมีการจัดการกับสิทธิ์ดังกล่าวอย่างไร

                ความเป็นส่วนตัวนี้มักพบเห็นได้จากผู้ให้บริการข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ให้ใช้บริการฟรี  เช่น  บริการฟรีอีเมล  บริการพื้นที่เก็บข้อมูล  บริการใช้งานโปรแกรมฟรี  ซึ่งผู้ที่ประสงค์จะเข้าใช้งานจำเป็นต้องกรอกให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของตนเองเสียก่อน  จึงจะสามารถเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์  และใช้งานได้เต็มรูปแบบ

                2. ความถูกต้องแม่นยำ  หมายถึง  ความเป็นจริงและความน่าเชื่อถือของข้อมูลและสารสนเทศ ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่เผยแพร่ควรตระหนักอยู่เสมอว่า  ข้อมูลและสารสนเทศนั้น  มีการกลั่นกรองและตรวจสอบความถูกต้อง  และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้  โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้

                3. ความเป็นเจ้าของ หมายถึง สิทธิ์โดยชอบในการแสดงความเป็นเจ้าของข้อมูลหรือสารสนเทศ  ของบุคคลหรือบริษัทผู้ผลิต  การนำข้อมูลหรือสารสนเทศไปเผยแพร่  ลอกเลียน  หรือทำซ้ำ  โดยไม่ได้รับอนุญาตจึงเป็นการละเมิดสิทธิ์ของความเป็นเจ้าของ  ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายและต้องรับโทษ

                4. การเข้าถึงข้อมูล  หมายถึง  การปฏิบัติตนเพื่อเข้าใช้ข้อมูลหรือสารสนเทศในเว็บไซต์ของบุคคลหรือบริษัทบางแห่งที่มีการกำหนดสิทธิ์ของผู้เข้าใช้เป็นระดับต่าง ๆ ซึ่งทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลที่ต้องการมาให้ได้ทั้งหมด  ผู้ใช้ที่ดีไม่ควรลักลอบเข้าไปใช้ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต  ไม่พยายามก่อกวนหรือเข้าไปกระทำการอันจะส่งผลเสียหายใด ๆ รวมถึงปกป้องไม่ให้สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของตนเองตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่ประสงค์ดี  เช่น  ไม่ควรบอกชื่อเข้าใช้และรหัสผ่านในอีเมลของตนเองแก่ผู้อื่น  ไม่ควรบอกรหัสผ่านเอทีเอ็มของธนาคารที่เราเปิดบัญชีแก่ผู้อื่น  เป็นต้น

ผลกระทบของการใช้อินเทอร์เน็ตกับสังคม

                อินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยไปแล้ว  โดยเป็นแหล่งสำคัญในการให้ข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศต่างๆ  ซึ่งข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศนั้นก่อให้เกิดผลกระทบทั้งในด้านบวกที่มีประโยชน์ และผลกระทบด้านลบที่สร้างความเสียหายต่อร่างกาย  จิดใจและการดำรงชีวิตของผู้ใช้ ดังนี้

ผลกระทบในด้านบวก

1. เกิดความเสมอภาคในการับรู้ข่าวสารเพราะมีเครือข่ายโยงใยทั่วโลก

2. มีความรู้หลากหลายและกว้างขวาง  จากการสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ

3. ทันสมัย  ทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน  จากความรู้ที่จากการอ่านข่าวสาร  บทความในอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ

4. ติดต่อสื่อสารกันได้อย่างรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง

5. มีข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนและตัดสินใจด้านการเรียน  การทำงาน  และการดำรงชีวิต

ผลกระทบในด้านลบ

1. เมื่อได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหา  การทำผิดกฎหมาย  การติดสารเสพติดเป็นประจำ  โดยไม่มีผู้แนะแนวการปฏิบัติตนที่เหมาะสมให้  อาจนำพฤติกรรมเหล่านี้ไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตได้

2. สายตาเสียเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลานาน

3. การเรียนตกต่ำ  หากหมกหมุ่นในการเล่นเกม  และสนทนาผ่านเครือข่ายเป็นเวลานาน  โดยไม่สนใจทำการบ้านและอ่านหนังสือเรียน

4. การสนทนาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยไม่บอกผู้ปกครอง  อาจถูกล่อลวงจากผู้ไม่ประสงค์ดีได้ง่าย

5. คอมพิวเตอร์อาจเสียหายได้เนื่องจากดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลที่มีไวรัสคอมพิวเตอร์มาไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์

6. มีอารมณ์ซึมเศร้าและขาดสัมพันธภาพที่ดีต่อคนรอบข้าง  หากใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลานานโดยไม่ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น

ผลกระทบทางด้านบวกและด้านลบจากการใช้อินเทอร์เน็ตดังกล่าว  เป็นข้อมูลซึ่งผู้ใช้ทุกคนควรนำมาพิจารณาให้ถี่ถ้วน  ก่อนใช้งานอินเทอร์เน็ตตามแนวทางที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

มารยาท ระเบียบ  และข้อบับคับในการใช้อินเทอร์เน็ต

                อินเทอร์เน็ตเป็นบริการสาธารณะที่มีผู้ใช้จำนวนมาก  จึงต้องมีมารยาท  ระเบียบ  และข้อบังคับในการใช้  ให้ผู้เข้ามาใช้บริการปฎิบัติร่วมกันเพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้ง  การละเมิดลิขสิทธิ์  การก่อความเสียหายต่อตัวบุคคล  ซอฟต์แวร์และคอมพิวเตอร์  โดยแบ่งเป็น  2  ประเด็น  ได้แก่

1. การใช้อินเทอร์เน็ต  ในฐานะบุคคลที่เข้าไปใช้บริการต่าง ๆ แบ่งเป็น  4  ด้าน  ดังนี้

1.1 ด้านการติดต่อสื่อสารบนเครือข่าย  ประกอบด้วย

(1) ไม่ควรนำชื่อบัญชี และรหัสผ่าน ของผู้อื่นมาใช้  และนำข้อมูลของผู้อื่นไปกรอกแบบฟอร์มต่าง ๆ

(2) เก็บรักษารหัสผ่านของตนเองเป็นความลับ  และเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นระยะ ๆ

(3) ประหยัดเวลาการเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยวางแผนการใช้งานไว้ล่วงหน้า

(4) เลือกถ่ายโอนข้อมูลและซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ตามที่ใช้งานจริงเท่านั้น

(5) ก่อนเข้าใช้บริการต่าง ๆ ต้องศึกษา  กฎ  ระเบียบ  ข้อกำหนด  รวมทั้งธรรมเนียมปฎิบัติของแต่ละเครือข่ายที่ต้องการใช้งาน

1.2 ด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้  ประกอบด้วย

(1) ใช้ภาษาที่สุภาพในการติดต่อสื่อสารและใช้คำให้ถูกความหมาย  เขียนถูกต้องตามหลักไวยกรณ์

(2) ใช้ข้อความที่สั้น  กระทัดรัด  เข้าใจง่าย

(3) ไม่นำความลับ  หรือเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นมาเป็นหัวข้อสนทนา  รวมทั้งไม่ใส่ร้ายหรือทำให้บุคคลอื่นเสียหาย

(4) หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาที่ดูถูกเหยียดหยามศาสนา  วัฒนธรรมและความเชื่อของผู้อื่น

(5) สอบถามความสมัครใจของผู้ที่ติดต่อสื่อสารด้วยก่อนที่จะส่งแฟ้มข้อมูลหรือซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ไปให้

(6) ไม่ส่งจดหมายลูกโซ่ผ่านทางไปรษณีย์อีเล็กทรอนิกส์ไปก่อความรำคาญและเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น

1.3 ด้านการใช้ข้อมูลในเครือข่าย  ประกอบด้วย

(1) เลือกใช้ข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ  มีแหล่งที่มาของผู้เผยแพร่และสถานที่ที่ติดต่อได้

(2) ต้องอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่นำมาใช้  และไม่แอบอ้างผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง

(3) ไม่นำข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต

1.4 ด้านระยะเวลาในการใช้บริการ  ประกอบด้วย

(1) เปิดโอกาสให้ผู้ใช้คนอื่นได้ใช้งานบ้าง  ในกรณีที่เป็นอินเทอร์เน็ตสาธารณะที่มีจำนวนเครื่องที่เปิดให้ใช้งานน้อย

(2) ติดต่อกับเครือข่ายเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องการใช้งานจริงเท่านั้น

2. การใช้อินเทอร์เน็ตในฐานะบุคคลที่ทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูล  มีดังนี้

(1) ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล  และข่าวสารต่าง ๆ ก่อนนำไปเผยแพร่บนเครือข่าย  เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริง

(2) ใช้ภาษาที่สุภาพและเป็นทางการในการเผยแพร่สิ่งต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต  และ  เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้สะดวกต่อการใช้งานของผู้ใช้ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

(3) เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในทางสร้างสรรค์  ไม่นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ขัดต่อศีลธรรมและจริยธรรมอันดี  รวมทั้งข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น  และข้อมูลที่ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม

(4) บีบอัดภาพหรือข้อมูลขนาดใหญ่ก่อนนำไปเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตเพื่อประหยัดเวลาในการดึงข้อมูลของผู้ใช้

(5) ระบุแหล่งที่มา  วันเดือนปีที่ทำการเผยแพร่ข้อมูล  ที่อยู่  หมายเลขโทรศัพท์ของผู้เผยแพร่  รวมทั้งควรมีคำแนะนำ  และคำอธิบายการใช้ข้อมูลที่ชัดเจน

(6) ระบุข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ให้ชัดเจนว่าเป็นโฆษณา  ข่าวลือ  ความจริง  หรือ  ความคิดเห็น

(7) ไม่เผยแพร่หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลข่าวสาร  รวมทั้งโปรแกรมของผู้อื่นก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าของ

(8) ไม่ส่งข้อมูลข่าวสารหรือซอฟต์แวร์ที่มีไวรัสคอมพิวเตอร์ไปให้ผู้อื่นหรือเผยแพร่ในระบบอินเทอร์เน็ต