สารสนเทศ

Image

เป็นผลลัพธ์ของการประมวลผล การจัดดำเนินการ และการเข้าประเภทข้อมูลโดยการรวมความรู้เข้าไปต่อผู้รับสารสนเทศนั้น สารสนเทศมีความหมายหรือแนวคิดที่กว้าง และหลากหลาย ตั้งแต่การใช้คำว่าสารสนเทศในชีวิตประจำวัน จนถึงความหมายเชิงเทคนิค ตามปกติในภาษาพูด แนวคิดของสารสนเทศใกล้เคียงกับความหมายของการสื่อสาร เงื่อนไข การควบคุม ข้อมูล รูปแบบ คำสั่งปฏิบัติการ ความรู้ ความหมาย สื่อความคิด การรับรู้ และการแทนความหมาย

ปัจจุบันผู้คนพูดเกี่ยวกับยุคสารสนเทศว่าเป็นยุคที่นำไปสู่ยุคแห่งองค์ความรู้หรือปัญญา นำไปสู่สังคมอุดมปัญญา หรือสังคมแห่งสารสนเทศ และ เทคโนโลยีสารสนเทศ แม้ว่าเมื่อพูดถึงสารสนเทศ เป็นคำที่เกี่ยวข้องในศาสตร์สองสาขา คือ วิทยาการสารสนเทศ และ วิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งคำว่า “สารสนเทศ” ก็ถูกใช้บ่อยในความหมายที่หลากหลายและกว้างขวางออกไป และมีการนำไปใช้ในส่วนของ เทคโนโลยีสารสนเทศ และ การประมวลผลสารสนเทศ

สิ่งที่ได้จากการนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้มาประมวลผล เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ตามจุดประสงค์ สารสนเทศ จึงหมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการเลือกสรรให้เหมาะสมกับการใช้งานให้ทันเวลา และอยู่ในรูปที่ใช้ได้ สารสนเทศที่ดีต้องมาจากข้อมูลที่ดี การจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศจะต้องมีการควบคุมดูแลเป็นอย่างดี เช่น อาจจะมีการกำหนดให้ผู้ใดบ้างเป็นผู้มีสิทธิ์ใช้ข้อมูลได้ ข้อมูลที่เป็นความลับจะต้องมีระบบขั้นตอนการควบคุม กำหนดสิทธิ์ในการแก้ไขหรือการกระทำกับข้อมูลว่าจะกระทำได้โดยใครบ้าง นอกจากนี้ข้อมูลที่เก็บไว้แล้วต้องไม่เกิดการสูญหายหรือถูกทำลายโดยไม่ได้ตั้งใจ การจัดเก็บข้อมูลที่ดี จะต้องมีการกำหนดรูปแบบของข้อมูลให้มีลักษณะง่ายต่อการจัดเก็บ และมีรูปแบบเดียวกันอย่างมีระบบ ข้อมูลแต่ละชุดควรมีความหมายและมีความเป็นอิสระในตัวเอง นอกจากนี้ไม่ควรมีการเก็บข้อมูลซ้ำซ้อนเพราะจะเป็นการสิ้นเปลืองเนื้อที่เก็บข้อมูล

คลื่นสัญญาณมือถือ

Image

หลังจากค่ายโทรศัพท์ต่างๆ ได้ทดสอบระบบ 3G และเปิดให้บริการในหลายพื้นที่ หลายคนพอทราบข่าวก็ค้นหาเครื่องโทรศัพท์ระบบ 3G ตามเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต เมื่อตรวจเช็คดูสเปคแต่ละเครื่องแล้ว ก็เริ่มสงสัยกับคลื่นความถี่ของเครื่องโทรศัพท์มือถือในบ้านเมืองเรา ทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจว่า แล้วจะใช้กับระบบ 3G ของทุกเครือข่ายได้หรือไม่ และค่ายโทรศัพท์ต่างๆ เช่น AIS DTAC True และ Hutch เป็นต้น ใช้คลื่นความถี่อะไรในระบบ 3G นีดฟอร์เมนดอทคอมขออนุญาตแชร์ข้อมูลคลายความสงสัยในเรื่องนี้ แต่ก่อนที่จะไปดูคลื่นความถี่ 3G ของค่ายโทรศัพท์มือถือดังกล่าว เราลองมาดูช่วงความถี่เดิมและมาตรฐานเทคโนโลยีของค่ายโทรศัพท์ต่างๆ กันก่อน ดังนี้

ความถี่เดิมของค่ายโทรศัพท์มือถือในไทย
SUBJECT\OPERATORS AIS DTAC TRUEMOVE HUTCH หมายเหตุ
มาตรฐานเทคโนโลยี GSM GSM GSM CDMA  
ช่วงความถี่เดิม (MHz) 900 850/1800 1800 800  
อายุสัมปทาน 25 ปี 27 ปี 12 ปี 12 ปี เวลาเปลี่ยนแปลงได้
ระยะเวลา (พ.ศ.) 2533-2558 2534-2561 2544-2556 2546-2558

 

เมื่อทราบความถี่เดิมของค่ายโทรศัพท์มือถือในไทยผ่านไปแล้ว ลองมาทำความเข้าใจจุดเริ่มต้นของการสื่อสารไร้สายในประเทศไทยกันบ้าง เพราะมีความเชื่อมโยงกับความถี่เดิมของค่ายโทรศัพท์ต่างๆ ซึ่งจะนำเสนอเพียงย่อๆ ดังนี้

 

จุดเริ่มต้นของการสื่อสารไร้สายในประเทศไทย1

ก่อนยุคเริ่มต้นของการสื่อสารไร้สาย ปี พ.ศ.2426 กรมไปรษณีย์ และ กรมโทรเลข ได้รับโปรดเกล้าฯให้จัดตั้งขึ้นในรัชสมัยรัชกาลที่ห้า ต่อมาปี พ.ศ.2429 กรมโทรเลขก็ได้รับโอนกิจการโทรศัพท์จากกรมกลาโหมให้มาอยู่ในความดูแล ครั้นถึงปี พ.ศ.2441 กรมไปรษณีย์และกรมโทรเลข ก็ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ยุบรวมกิจการเป็นหนึ่งเดียว โดยใช้ชื่อใหม่ว่า กรมไปรษณีย์โทรเลข มีหน้าที่ดำเนินงานโทรศัพท์กับงานไปรษณีย์และโทรเลขไปพร้อมกันด้วย จนกระทั่งปี พ.ศ.2497 กองชั่งโทรศัพท์ได้แยกตัวออกมาจัดตั้งเป็น องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ครั้นถึงปี พ.ศ.2545 รัฐบาลก็ได้แปรรูป ทศท. ไปเป็น บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และอีก 3 ปีต่อมาก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

กรมไปรษณีย์โทรเลขยังคงดำเนินงานต่อมา จนกระทั่งปี พ.ศ.2520 จึงได้แยกส่วนงานของกรมไปรษณีย์โทรเลขให้ไปขึ้นกับ การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.การสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519 และให้มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ครั้นถึงปี พ.ศ.2546 รัฐบาลก็ได้แปรสภาพ กสท. ออกเป็น 2 บริษัท คือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

 

จุดเริ่มต้นของการสื่อสารไร้สาย เกิดขึ้นเมื่อกรมไปรษณีย์โทรเลขนำเอามาตรฐาน NMT ความถี่ 450 MHz และ 470 MHz เข้ามาจัดสรรให้บริการหน่วยงานของรัฐ ต่อมาองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยได้รับโอนภาระงานนโยบายโทรศัพท์เพิ่มเข้ามาในความรับผิดชอบ และได้เปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของยุค 1G ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่โทรศัพท์ก็ยังไม่แพร่หลายในหมู่ประชาชน

เอไอเอส AIS

ด้วยข้อจำกัดที่โทรศัพท์มีขนาดใหญ่ ทำให้ กสท. นำเอามาตรฐาน AMPS มาเปิดให้บริการโดยใช้คลื่นความถี่ 800 MHz ส่วนองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยก็นำเอามาตรฐาน NMT ความถี่ 900 MHz เข้ามาให้บริการ และเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุน โดยมีบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ได้รับสัมปทานเป็นระยะเวลา 25* ปี เริ่มจากปี พ.ศ.2533 เป็นต้นมา

ดีแทค DTAC

นอกจากนี้ยังมีบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAC เริ่มดำเนินธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ AMPS ความถี่ 800 MHz ซึ่งได้รับสัมปทานจาก กสท ในปี พ.ศ.2534* โดยมีอายุสัมปทาน 27 ปี จากการขอขยายสัญญาเดิม 15 ปีเป็น 22 ปี จากนั้นมีการขอแก้จาก 22 ปีเป็น 27 ปี3 ต่อมาเรียกย่านความถี่ที่ได้รับสัมปทานนี้เป็นความถี่ 850 MHz

เมื่อเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ระบบ NMT และระบบ AMPS ซึ่งเป็นระบบอะนาล็อกก็เริ่มล้าสมัย ทำให้ AIS นำเอาระบบ GSM ความถี่ 900 MHz ซึ่งเป็นระบบดิจิตอลเข้ามาให้บริการในปี พ.ศ.2537 ส่วน TAC ก็นำเอาระบบ GSM ความถี่ 1800 MHz เข้ามาเปิดให้บริการภายใต้เครื่องหมายการค้า Worldphone 1800 จากนั้น AIS ก็ได้เปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน ส่วน TAC ก็ได้เปิดให้บริการด้วยเช่นกัน โดยใช้ชื่อว่า Dprompt และเปลี่ยนเครื่องหมายการค้าจาก Worldphone เป็นชื่อ DTAC

ทรูมูฟ TRUEMOVE

ครั้นถึงปี พ.ศ.2544 บริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ จำกัด ได้เข้ามาเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ GSM ความถี่ 1800 MHz แต่ก็ประสบปัญหาซึ่งทำให้ต้องถอนตัวออกไป โดยได้ถ่ายโอนกิจการให้กับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ต่อมา กสท ได้รวมความถี่จากดีแทคจำนวน 2.5 MHz และจาก กสท เองจำนวน 2.5 MHz ได้เป็น 5 MHz ซึ่งอยู่ในช่วงความถี่ 850 MHz ให้ทรูนำไปอัพเกรดบริการ 3 จี2

(ความถี่นั้น นับกันเป็นช่วงหรือเป็นย่าน เช่น ความถี่ 800 MHz หมายความว่าอยู่ในช่วง 800 ถึง 900 MHz ซึ่งรวมจำนวนได้เท่ากับ 100 MHz ในจำนวน 100 MHz นี้จะแบ่งให้ใครเท่าไรก็ตามนั้น แต่เรียกกันว่าความถี่ 800 MHz หรือ 850 MHz ตามความเหมาะสม)

ธุรกิจโทรศัพท์มือถือเติบโตอย่างรวดเร็ว พ.ศ.2545 กิจการร่วมการค้าไทยโมบาย ได้ถือกำเนิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ กสท. กับ ทีโอที โดยเปิดให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ GSM ความถี่ 1900 MHz มีพื้นที่ให้บริการเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ก็สามารถนำไปใช้งานต่างจังหวัดได้ ต่อมา พ.ศ.2551 ทีโอทีได้ไปซื้อหุ้นในส่วนของ กสท. เพื่อมาบริหารเอง

ฮัทช์ HUTCH

ความร้อนแรงของธุรกิจสื่อสารไร้สายยังมีต่อเนื่อง พ.ศ.2546 บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส จำกัด ก็ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ CDMA ความถี่ 800 MHz ซึ่งได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่จาก บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในรูปแบบของสัญญาผู้จัดทำการตลาด (Marketing service provider)4 ครั้นถึงต้นปี พ.ศ. 2554 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ก็ได้เข้าไปซื้อหุ้นของฮัทช์มูลค่าประมาณ 6300 ล้านบาท ซึ่งดีลครั้งนี้ทำให้ทรูได้รับสิทธิ์ใช้คลื่นความถี่จาก กสท เพิ่มขึ้นอีกราว 15 ปี จากเดิมที่

ความรู้ัเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์1(ลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์)

Image

เครื่องคอมพิวเตอร์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีจุดเด่น 4 ประการ เพื่อทดแทนข้อจำกัดของมนุษย์ เรียกว่า 4 S special ดังนี้

1. หน่วยเก็บ (Storage)

หมายถึง ความสามารถในการเก็บข้อมูลจำนวนมากและเป็นเวลานาน นับเป็น
จุดเด่นทางโครงสร้างและเป็นหัวใจของการทำงานแบบอัตโนมัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งเป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องด้วย

2. ความเร็ว (Speed)

หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลข้อมูล (Processing Speed) 
โดยใช้เวลาน้อย เป็นจุดเด่นทางโครงสร้างที่ผู้ใช้ทั่วไปมีส่วนเกี่ยวข้องน้อยที่สุด 
เป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำคัญส่วนหนึ่งเช่นกัน

3. ความเป็นอัตโนมัติ (Self Acting)

หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลตามลำดับขั้นตอนได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่องอย่างอัตโนมัติ โดยมนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องเฉพาะในขั้นตอนการกำหนดโปรแกรมคำสั่งและข้อมูลก่อนการประมวลผลเท่านั้น

4. ความน่าเชื่อถือ (Sure)

หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลให้เกิดผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ความน่าเชื่อถือนับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ความสามารถนี้เกี่ยวข้องกับโปรแกรมคำสั่งและข้อมูลที่มนุษย์กำหนดให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง กล่าวคือ หากมนุษย์ป้อนข้อมูลที่ไม่ถูกต้องให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้องด้วยเช่นกัน

ประชาคมอาเซียน

 

Image

ประชาคมอาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations : ASEAN) เป็นองค์กรระหว่างประเทศระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีจุดเริ่มต้นโดยประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง สมาคมอาสา (Association of South East Asia) เมื่อเดือน ก.ค.2504 เพื่อการร่วมมือกันทาง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม แต่ดำเนินการไปได้เพียง 2 ปี ก็ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากความผกผันทางการเมืองระหว่างประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย จนเมื่อมีการฟื้นฟูสัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างสองประเทศ จึงได้มีการแสวงหาหนทางความร่วมมือกันอีกครั้ง

แต่หากท่านหมายถึง “AEC ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” >>ไปที่ thai-aec.com<<

สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 ส.ค.2510 หลังจากการลงนามในปฎิญญาสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Declaration of ASEAN Concord) หรือเป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ปฏิญญากรุงเทพ (The Bangkok Declaration)

โดยสมาชิกผู้ก่อตั้งมี 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ซึ่งผู้แทนทั้ง 5 ประเทศที่ร่วมลงนามในปฏิญญากรุงเทพ ประกอบด้วย
1.นายอาดัม มาลิก รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย
2.ตุน อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติมาเลเซีย
3.นายนาซิโซ รามอส รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์
4.นายเอส ราชารัตนัม รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์
5.พันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จากประเทศไทย
หลังจากจัดตั้ง ประชาคมอวเซียนเมื่อ 8 ส.ค.2510 แล้ว อาเซียนได้เปิดรับสมาชิกใหม่จากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มเติมเป็นระยะ ตามลำดับได้แก่

-บรูไนดารุสซาลาม เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ 8 มกราคม 2527
-สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ 28 กรกฏาคม 2538
-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ 23 กรกฎาคม 2540
-สหภาพพม่า เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ 23 กรกฏาคม 2540
-ราชอาณาจักรกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกเมื่อ 30 เมษายน 2542

วัตถุประสงค์ในการก่อตั้งประชาคมอาเซียน
ประชาคมอาเซียน ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เริ่มแรกเพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันนำมาซึ่งเสถียรภาพทางการเมือง และความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และเมื่อการค้าระหว่างประเทศในโลกมีแนวโน้มกีดกันการค้ารุนแรงขึ้น ทำให้อาเซียนได้หันมามุ่งเน้นกระชับและขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างกันมากขึ้น วัตถุประสงค์หลักที่กำหนดไว้ในปฏิญญาอาเซียน (The ASEAN Declaration) มี 7 ประการ ดังนี้

1. ส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางสังคมและวัฒนธรรม
2. ส่งเสริมการมีเสถียรภาพ สันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค
3. ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิชาการ วิทยาศาสตร์ และด้านการบริหาร
4. ส่งเสริมความร่วมมือซึ่งกันและกันในการฝึกอบรมและการวิจัย
5. ส่งเสริมความร่วมมือในด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม การค้า การคมนาคม การสื่อสาร และปรับปรุงมาตรฐานการดำรงชีวิต
6. ส่งเสริมการมีหลักสูตรการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
7. ส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรระดับภูมิภาคและองค์กรระหว่างประเทศ

เคล็ดลับบำรุงสมอง

 

 

Image

เคล็ดลับบำรุงสมอง

1. จิบน้ำบ่อย ๆสมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยวซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออกแต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ 

2. กินไขมันดีคนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมันซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวมน้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น 

3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน 

4. ใส่ความตั้งใจ การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้นทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน 

5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ 

6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่นกินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีนซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์ 

7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง 

8. เขียนบันทึก Graceful Journal ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดีๆทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดีตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์ 

9. ฝึกหายใจลึก ๆ สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยาย 

อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนตามเทคนิคง่ายๆทั้ง 9 ข้อนี้อาจจะไม่ทำให้เกิดอัจฉริยะข้ามคืนได้เพราะต้องอาศัยระยะเวลาในการเรียนรู้ แต่สิ่งที่ได้ในเบื้องต้นคือการมีสุขภาพดีทั้งกายและใจแบบชนิดที่เรียกว่า “สวยทั้งภายในและภายนอก” อย่างแน่นอน

 

 

ความรู้เกี่่ยวกับคอมพิวเตอร์2(คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์)

Image

คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ที่สำคัญ

คอมพิวเตอร์มีคุณสมบัติที่สำคัญ 5 ประการดังนี้

1.      การทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic machine)

          การจัดเก็บข้อมูลที่บันทึกผ่านทางแป้นพิมพ์หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกแปลงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าเพื่อให้คอมพิวเตอร์เข้าใจและสามารถประมวลผลได้ และเมื่อคอมพิวเตอร์ประมวลผลเรียบร้อยแล้วข้อมูลที่เป็นสัญญาณไฟฟ้าจะถูกแปลงกลับให้เป็นรูปแบบที่มนุษย์สามารถเข้าใจได้

2.      การทำงานด้วยความเร็วสูง (Speed)

          เนื่องจากการทำงานของคอมพิวเตอร์เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นการดำเนินงานต่าง ๆ จึงสามารถกระทำได้อย่างรวดเร็ว (มากกว่าพันล้านคำสั่งในหนึ่งวินาที)

3.   ความถูกต้องแม่นยำเชื่อถือได้ (Accuracy and Reliability)

           คอมพิวเตอร์จะทำงานตามที่คำสั่งที่มนุษย์เขียนโปรแกรมหรือคำสั่งไว้  ถ้าผู้ใช้ป้อนข้อมูลและชุดคำสั่งมีความถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลก็จะมีความถูกต้องเชื่อถือได้

4.   การเก็บข้อมูลได้ในปริมาณมาก (Storage)

          คอมพิวเตอร์ทีหน่วยความจำที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลที่บันทึกไป ความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลนี้จะขึ้นอยู่กับขนาดของคอมพิวเตอร์ เช่น เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจะมีหน่วยเก็บข้อมูลสำรองที่สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าหมื่นล้านตัวอักษร

5.        การสื่อสารเชื่อมโยงข้อมูล (Communication)

           คอมพิวเตอร์สามารถติดต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ และสามารถทำงานที่หลากหลายมากขึ้นกว่าการใช้คอมพิวเตอร์ระบบเดี่ยว เช่น การนำคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อการสืบค้น

Image

โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2007

Image

Microsoft PowerPoint คืออะไร
 
 

โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2007 เป็นโปรแกรมหนึ่งในตระกูล Microsoft Office เหมาะสำหรับการจัดสร้างงานนำเสนอข้อมูล (Presentation) สำหรับนำไปประยุกต์ใช้ในงานได้หลายประเภท เช่น การนำเสนอข้อมูลสินค้าและบริการ การจัดทำ Slide Show การออกแบบแผ่นพับ เป็นต้น

หลักการทำงานของ PowerPoint

สำหรับ หลักการทำงานของ Presentation ที่สร้างจาก PowerPoint จะสร้างออกเป็น slide ย่อยๆ แต่ละ slide สามารถใส่ข้อมูล รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว หรือเสียง เพื่อสร้างความน่าสนใจเพิ่มขึ้น นอกจากนี้เรายังสามารถกำหนดให้ Presentation ของเรา นำเสนอออกมาแบบในรูปแบบอัตโนมัติได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการกดเลือกให้แสดงทีละ slide

ก่อนเริ่มต้นสร้าง Presentation ควรกำหนดรูปแบบของ Presentation ของเราก่อนว่า ต้องการให้แสดงออกในรูปแบบใด เช่น ต้องการให้ส่วนด้านบน แสดงเป็นชื่อหัวข้อ ด้านล่างเป็นชื่อบริษัท และฉากหลังให้แสดงเป็นสีน้ำเงิน เป็นต้น แต่ถ้ายังคิดไม่ออก สามารถเลือกรูปแบบจาก ตัวอย่าง Themes (เวอร์ชั่นเก่าเรียกว่า Template) ที่โปรแกรมมีไว้ให้ได้ เช่นเดียวกัน

สรุปความสามารถพื้นฐานของ PowerPoint 2007

  • สำหรับนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของ ข้อความ รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว
  • สามารถตกแต่งตัวอักษรให้สวยๆ ด้วย?WordArt ที่พิเศษกว่า PowerPoint 2003?
  • การทำงานจะแบ่งออกเป็นหน้าๆ แต่ละหน้าเรียกว่า Slide (คลิกแท็ปเมนู Home เลือก New Slide)
  • การสร้างจะมี Slide Layout ช่วยในการออกแบบและใส่ข้อมูล? (คลิกแท็ปเมนู Home เลือก Layout)
  • รูปแบบหรือ Themes จะมี Design สำหรับรูป ช่วยให้สร้าง Presentation ได้สะดวกมากขึ้น (คลิกแท็ปเมนู Design)
  • รองรับไฟล์ข้อมูลประเภทต่างๆ เช่น ตารางจาก Microsoft Excel เป็นต้น
  • รองรับภาพเคลื่อนไหวเช่น? Flash, Gif Animation, Video เป็นต้น
  • สามารถสั่งรันแบบอัตโนมัติได้
  • สามารถสั่งพิมพ์ในรูปแบบต่างๆ เช่น พิมพ์แบบ Slide, Handout เป็นต้น
  • ไฟล์ที่จะสร้างจาก Powerpoint 2007 มีนามสกุล .PPTX ถ้าเป็นเวอร์ชั่นเก่า จะมีนามสกุล .PPT
  • ถ้าไฟล์ที่สร้างเป็นไฟล์ .PPSX จะสามารถรับ Presentation แบบอัตโนมัติได้

 

สแกนเนอร์

  

  สแกนเนอร์ คืออุปกรณ์ซึ่งจับภาพและเปลี่ยนแปลงภาพจากรูปแบบของแอนาลอกเป็นดิจิตอลซึ่งคอมพิวเตอร์ สามารถแสดง, เรียบเรียง, เก็บรักษาและผลิตออกมาได้ ภาพนั้นอาจจะเป็นรูปถ่าย, ข้อความ, ภาพวาด หรือแม้แต่วัตถุสามมิติ

การทำงานของสแกนเนอร์ 
             การจับภาพของสแกนเนอร์ ทำโดยฉายแสงบนเอกสารที่จะสแกน แสงจะผ่านกลับไปมาและภาพ จะถูกจับโดยเซลล์ที่ไวต่อแสง   เรียกว่า charge-couple device หรือ CCD ซึ่งโดยปกติพื้นที่มืดบน กระดาษจะสะท้อนแสงได้น้อยและพื้นที่ที่สว่างบนกระดาษจะสะท้อนแสงได้มากกว่า CCD จะสืบหาปริมาณแสงที่สะท้อนกลับ

หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์Image

คอมพิวเตอร์ หมายถึง  เครื่องคำนวณ  อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถทำงานคำนวณผลและเปรียบเทียบค่าตามชุดคำสั่งด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติ  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ได้ให้คำจำกัดความของคอมพิวเตอร์ไว้ค่อนข้างกะทัดรัดว่า  เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกล  ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์

        หรืออาจกล่าวได้ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์หมายถึง  เครื่องมือที่ช่วยในการคำนวณและการประมวลผลข้อมูล  จากคุณสมบัตินี้ของเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งไม่ใช่เครื่องคิดเลข  เครื่องคอมพิวเตอร์จึงประกอบด้วยคุณสมบัติ 3 ประการคือ
1. ความเร็ว  (Speed)  เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้ด้วยความเร็วสูงมาก  ซึ่งหน่วยความเร็วของการทำงานของคอมพิวเตอร์วัดเป็น
    – มิลลิเซกัน (Millisecond)      ซึ่งเปรียบเทียบความเร็วเท่ากับ 1/1000 วินาที  หรือ ของวินาที
    – ไมโครเซกัน (Microsecond) ซึ่งเทียบความเร็วเท่ากับ 1/1,000,000 วินาที    หรือของวินาที
    – นาโนเซกัน (Nanosecond)    ซึ่งเปรียบเทียบความเร็วเท่ากับ 1/1,000,000,000 วินาที  หรือของวินาที
ความเร็วที่ต่างกันนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละยุค  ซึ่งได้มีการพัฒนาให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลข้อมูล ได้เร็วในเวลาไม่เกิน 1 วินาที  จะทำให้คอมพิวเตอร์มีบทบาทในการนำมาเป็นเครื่องมือใช้งานอย่างดียิ่ง
2. หน่วยความจำ (Memory)  เครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบไปด้วยความจำ  ซึ่งสามารถใช้บันทึกและเก็บ
ข้อมูลได้คราวละมากๆ และสามารถเก็บคำสั่ง (Instructions) ต่อๆกันได้ที่เราเรียกว่าโปรแกรม แลนำมาประมวลในคราวเดียวกัน ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานเก็บข้อมูลได้ครั้งละมากๆ เช่น    การสำรวจสำมะโนประชากร  หรือรายงานผลการเลือกตั้งซึ่งทำให้มีการประมวลได้รวดเร็วและถูกต้อง   จากการที่หน่วยความจำสามารถบันทึกโปรแกรมและข้อมูลไว้ในเครื่องได้  ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีคุณสมบัติพิเศษ  คือสามารถทำงานได้อย่างอัตโนมัติ   ในกรณีที่มีงานที่ต้องทำซ้ำๆหรือบ่อยครั้งถ้าใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการทำงานเหล่านั้นก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงซึ่งจะได้ทั้งความรวดเร็ว  ถูกต้องแม่นยำและประหยัดเนื่องจากการเขียนคำสั่งเพียงครั้งเดียวสามารถทำงานซ้ำๆได้คราวละจำนวนมากๆ 
3. ความสามารถในการเปรียบเทียบ (Logical)
  ในเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบไปด้วยหน่วยคำนวณและตรรกะซึ่งนอกจากจะสามารถในการคำนวณแล้วยังสามารถใช้ในการเปรียบเทียบซึ่งความสามารถนี้เองที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ต่างกับเครื่องคิดเลข และคุณสมบัตินี้ทีทำให้นักคอมพิวเตอร์สร้างโปรแกรมอัตโนมัติขึ้นใช้อย่างกว้างขวาง เช่นการจัดเรียงข้อมูลจำเป็นต้องใช้วิธีการเปรียบเทียบ การทำงานซ้ำๆตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือการใช้คอมพิวเตอร์ในกิจการต่างๆซึ่งเกิดขึ้นมากมายในปัจจุบัน และการใช้แรงงานจากคอมพิวเตอร์แทนแรงงานจากมนุษย์ทำให้รวดเร็วถูกต้อง สะดวกและแม่นยำ เป็นการผ่อนแรงมนุษย์ได้เป็นอย่างมาก

วิธีใช้งานโปรแกรม Microsoft WORD 2007

 

Image

หน่วยที่ 1 โปรแกรม Microsoft Office 2007
ระบบ Microsoft Office 2007 เป็นชุดของซอฟต์แวร์เดสก์ท็อปและ เซิร์ฟเวอร์ที่ครบวงจร ซึ่งคุณสามารถใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำธุรกิจ มีความสามารถ ใหม่ๆ มากมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานส่วนบุคคล และช่วยลดความซับซ้อนของ การทำงานร่วมกัน ความแตกต่างของ Microsoft Office 2007 Microsoft Office 2007 โปรแกรม สำนักงานทั่วไป จะมีพื้นที่ทำงานที่คล่องตัวมากขึ้นและไม่รกรุงรัง ลดสิ่งที่ไม่จำเป็น และช่วยให้ ผู้ใช้สามารถสร้างผลงานที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและง่ายยิ่งขึ้นวิธีติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office 2007 โปรแกรมสำนักงานทั่วไป วิธีการติดตั้งโปรแกรม การเปิดใช้งานเริ่มแรก

 

1. ภาพรวมของระบบ Microsoft Office 2007

1.1 หนทางใหม่สู่องค์กรที่ดีกว่า 
ระบบ 2007 Microsoft Office เป็นชุดของซอฟต์แวร์เดสก์ท็อปและเซิร์ฟเวอร์ที่ ครบวงจร ซึ่งคุณสามารถใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำธุรกิจ มีความสามารถใหม่ๆ มากมายที่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานส่วนบุคคล และช่วยลดความซับซ้อนของการทำงานร่วมกัน คุณสามารถใช้รุ่น 2007 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการและการจัดการเนื้อหา ตลอดจน ปรับปรุงความรู้ความเข้าใจในด้านธุรกิจของทั้งองค์กร 
ด้วยระบบ 2007 Microsoft Office คุณสามารถ:

  1. – เพิ่มผลิตภาพของบุคลากร และประสิทธิผลของบุคคลที่มีต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจ
  2. – ลดความซับซ้อนของการทำงานร่วมกันในทุกที่ ทุกเวลา
  3. – เพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการทางธุรกิจประจำวัน และการจัดการ เนื้อหาขององค์กร
  4. – เพิ่มคุณภาพของความเข้าใจข้อมูลทางธุรกิจในองค์กรของคุณ

1.2 เพิ่มผลิตภาพของบุคลากร และประสิทธิผลของบุคคลที่มีต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจ 
เดสก์ท็อปของคอมพิวเตอร์ที่รกรุงรัง งานหลายๆ งาน และความต้องการที่ขัดแย้ง กันในด้านเวลา ทำให้คุณและบุคลากรของคุณไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อ ประสิทธิภาพส่วนบุคคลลดลง สมรรถนะของธุรกิจก็ลดลงด้วย ระบบ 2007 Microsoft Office ช่วย เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่พื้นที่ทำงาน และมีคุณลักษณะใหม่ๆ มากมาย เพื่อช่วยปรับปรุง ประสิทธิภาพส่วนบุคคลและผลลัพธ์ทางธุรกิจ 
คุณลักษณะเหล่านี้ประกอบด้วย:

  1. – อินเทอร์เฟซสำหรับผู้ใช้ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้นด้วย คุณลักษณะต่างๆ เช่น แท็บคำสั่งที่จัดเรียงไว้สำหรับสถานการณ์หรือวัตถุเฉพาะอย่าง แถบเครื่องมือ การเข้าถึงอย่างรวดเร็วสำหรับการเข้าถึงคำสั่งต่างๆ ได้ทุกที่ใน Office 2007 ด้วยการคลิกเพียงครั้ง
  2. – สร้างเอกสารที่มีพลัง มีรูปลักษณ์แบบมืออาชีพได้อย่างรวดเร็วและแสน สะดวก ด้วยคอลเลกชันของกราฟิกและลักษณะพิเศษที่สร้างสรรค์ใน SmartArt Graphics คุณลักษณะ ตัวตรวจสอบข้อมูลใน Microsoft Office Word 2007, Office Excel 2007 และ Office PowerPoint 2007 ช่วยให้คุณสามารถค้นหาและลบความคิดเห็น ข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ ข้อความ ที่ซ่อน และข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่พึงประสงค์ในเอกสาร
  3. – จัดลำดับความสำคัญให้กับเวลาและงานของคุณอย่างมีประสิทธิภาพใน Office Outlook 2007 แถบรายการที่ต้องทำใหม่จะสร้างมุมมองลำดับความสำคัญของงานประจำวัน รวมถึง ข้อความอีเมลที่มีค่าสถานะเพื่อตามงาน การนัดหมายที่จะมาถึง งานจาก Office OneNote 2007, Office Project 2007 และเว็บไซต์ Windows SharePoint Services
  4. – ค้นหาข้อมูลอย่างรวดเร็วด้วยการค้นหาทันที ซึ่งช่วยให้คุณค้นหาจากคำสำคัญ ใน Outlook 2007 รวมถึงสิ่งที่แนบมา คุณยังสามารถสอบถามเงื่อนไขต่างๆ เช่น วันที่ จาก ประเภท สี ความสำคัญของจดหมาย และอื่นๆ อีกมากมาย การรู้จำอักขระแบบออพติคัลใน OneNote 2007 ช่วยให้คุณสามารถค้นหาบันทึกย่อที่เขียนด้วยลายมือ ข้อความในรูปภาพ หรือคำที่พูดในการ บันทึกเสียงและวิดีโอ

1.3 ลดความซับซ้อนของการทำงานร่วมกันในทุกที่ ทุกเวลา 
องค์กรทุกวันนี้ต้องการวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการสื่อสารและร่วมมือ กับคนทำงานในระยะไกล สำนักงานสาขา และบริษัทคู่ค้าและลูกค้าที่อยู่ในประเทศต่างๆ งาน นำเสนอ การประชุมและความร่วมมือแบบเสมือนจริง ช่วยให้บุคคลต่างๆ สามารถติดต่อกันได้จาก ระยะไกล แต่ก่อนหน้านี้ การสื่อสารเหล่านี้เป็นเพียงการทดแทนการประชุมจริง โดยยังไม่มี ประสิทธิภาพที่ดีพอ ด้วยคุณลักษณะด้านความร่วมมือแบบเรียลไทม์ในระบบ 2007 Microsoft Office บุคลากรและทีมงานของคุณจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ ข้ามพรมแดนและเขตเวลาที่แตกต่างกันได้ 
ด้วยระบบ 2007 Microsoft Office คุณสามารถ:

  1. – ติดต่อกับบุคคลต่างๆ ในองค์กรของคุณที่มีทักษะและความรู้ที่คุณต้องการได้ โดยทันที โดยค้นหาเครือข่ายความรู้ใน Microsoft Office SharePoint Server 2007 ด้วยเครือข่าย ความรู้ คุณยังสามารถดูความสัมพันธ์การทำงานระหว่างบุคคลและบริษัทต่างๆ ทำให้สามารถ ร่วมมือกันได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  2. – หาเพื่อนร่วมงานที่มีความสนใจร่วมกันผ่านทางไซต์ของฉัน ใน Microsoft Office SharePoint Server 2007 ซึ่ง Web Parts ความร่วมมือทางสังคมจะใช้ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร
  3. ร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกับกลุ่มขนาดเล็ก โดยใช้ Microsoft Office Groove 2007
  4. เมื่อใช้งานร่วมกัน Office Groove 2007 และ Office SharePoint Server 2007 จะเป็นระบบความร่วมมือที่สมบูรณ์แบบสำหรับช่วยให้ทีมงานและองค์กรสามารถทำงานร่วมกัน และแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  5. จัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นจนจบด้วย Office Project Server 2007 การวางกำหนดการที่โปร่งใส การตัดสินใจที่ได้รับการปรับปรุง และเครื่องมือ แผ่นบันทึกเวลา ช่วยให้ผู้จัดการสามารถวางแผน ติดตาม และวัดประสิทธิภาพของโครงการได้
  6. บันทึกกระดาษคำนวณ Office Excel 2007 ไปยังเซิร์ฟเวอร์และใช้ร่วมกันผ่าน ทางเว็บโดยใช้ HTML พร้อมทั้งมีการควบคุมที่รัดกุม ด้วยเครื่องมือการจัดการเอกสารและการ ตรวจสอบ
  7. เก็บ เก็บถาวร และใช้ความรู้ต่างๆ ใหม่ด้วย Wikis ่แ ละบล็อก ซึ่งมีการ สนับสนุนขั้นสูงใน Windows SharePoint Services ด้วยระบบ 2007 Microsoft Office ใหม่ คุณและ บุคลากรของคุณสามารถใช้อินเทอร์เฟซ Office Word 2007 ที่คุ้นเคยเพื่อสร้างการติดประกาศบล็อก ที่มีพร้อมทั้งรูปภาพ การจัดรูปแบบ ตัวตรวจการสะกด และอื่นๆ อีกมากมาย จากนั้นคุณจะสามารถ ติดประกาศไปยังบริการบล็อกที่ใช้งานโดยทั่วไปได้

1.4 เพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการทางธุรกิจประจำวัน และการจัดการเนื้อหาของ องค์กร 
งานที่ต้องดำเนินการเองและงานซ้ำซ้อนทำให้กระบวนการทำงานในแต่ละวันช้า ลงอย่างมาก ในขณะเดียวกัน ความพยายามขององค์กรที่จะตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น เรื่อยๆ สำหรับความสอดคล้องและความปลอดภัยก็มีอุปสรรคจากงานการจัดการเนื้อหาขององค์กร ที่มีมาก ระบบ Office ใหม่จะช่วยให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ โดยกำหนดการทำงาน อัตโนมัติและความสามารถที่สมบูรณ์พร้อมสำหรับการสร้าง จัดการ และเก็บเนื้อหาขององค์กร 
กำหนดการทำงานอัตโนมัติของเวิร์กโฟลว์ด้วยความสามารถของเวิร์กโฟลว์การ ตรวจทานและอนุมัติใน Office SharePoint Server 2007 ซึ่งประกอบด้วยแม่แบบสำเร็จรูปที่คุณและ ผู้ใช้สามารถเลือกเวิร์กโฟลว์ที่จะใช้กับเนื้อหาได้โดยง่าย ประวัติของเวิร์กโฟลว์แบบเต็มช่วยให้คุณ และผู้บริหารระบบไอทีสามารถเชื่อมโยงขั้นตอนเวิร์กโฟลว์ในอดีตและในอนาคตได้ 
เพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการที่ใช้ฟอร์ม โดยอาศัยความสามารถของฟอร์ม ในเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเรียกว่า InfoPath Forms Services ซึ่งจะมีความสามารถในการแปลงฟอร์มของ Microsoft Office InfoPath เป็นฟอร์มทางเว็บได้ 
จัดการเอกสารของคุณอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยคุณลักษณะใหม่ๆ เช่น พื้นที่ เก็บข้อมูลระดับองค์กร การรักษาความปลอดภัยระดับรายการ และการจัดการสิทธิ์ของข้อมูลภายใน ระบบ พร้อมด้วยเวิร์กโฟลว์ที่มีประสิทธิภาพ สำหรับการประมวลผลเอกสาร แผงข้อมูลคุณสมบัติ เอกสารและแถบคำสั่งสำหรับเอกสาร ทำให้คุณสามารถรวมความสามารถในการจัดการเอกสารไว้ ในเอกสารของ Office Word 2007 ได้โดยตรง 
มีการควบคุมขั้นสูงสำหรับนโยบายการเก็บรักษาและการตรวจสอบ การทำงาน ของที่ตรวจสอบ และการเก็บรักษาตามกฎหมาย ระบบ Office ยังสนับสนุนนโยบายและการ ตรวจสอบขั้นสูง การอัปโหลดโดยตรงไปยังพื้นที่เก็บข้อมูลระเบียน และตัวเลือกการจัดการอีเมลที่ มีคุณลักษณะสมบูรณ์

1.5 ขยายและปรับปรุงคุณภาพของความเข้าใจด้านธุรกิจในองค์กร 
แหล่งข้อมูลที่แตกต่าง ระยะห่างทางกายภาพของบุคลากร และไซโลภายใน องค์กรมักจะทำให้เกิดจุดบอดที่ทำให้ผู้ใช้สามารถหาข้อมูลที่ต้องการได้ยาก ด้วยระบบ Office ใหม่ บุคลากรในองค์กรของคุณจะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น 
Office SharePoint Server 2007 ทำให้การสร้างแผงควบคุมข้อมูลวิเคราะห์เชิง ธุรกิจที่มีคุณลักษณะครบครันสามารถกระทำได้ง่าย โดยรวมตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพหลักแบบไดนา มิก (KPI) สมุดงาน Office Excel 2007 และรายงาน Microsoft SQL Server™ Reporting Services 
สร้างเนื้อหาทางเว็บที่มีคุณลักษณะต่างๆ สมบูรณ์ ผ่านทาง Content Management Server ภายใน Office SharePoint Server 2007 หน้าที่การทำงานใหม่นี้จะทำให้คุณสามารถปรับปรุง การจัดการเนื้อหาทางเว็บ บนพื้นฐานของ SharePoint ที่สนับสนุนความสามารถในการเขียนที่ พร้อมใช้งานจากแหล่งข้อมูลโดยตรงสำหรับเนื้อหาทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บหรือในเอกสาร 
ระบุ เลือก และจัดการโครงการที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจของคุณมากที่สุด โดยใช้ Microsoft Office Project Portfolio Server 2007 ข้อเสนอใหม่นี้จะช่วยให้คุณสร้าง กรณีศึกษาและกระบวนการบริหารที่ใช้เวิร์กโฟลว์ โดยอาศัยเครื่องมือเชิงวิเคราะห์หลายอย่าง 
เก็บและแบ่งปันภาพนิ่งอย่างง่ายดายด้วยไลบรารีภาพนิ่งของ Office PowerPoint 2007 ใน Office SharePoint Server 2007 ผู้ใช้ยังสามารถปรับปรุงและทำข้อมูลภาพนิ่งและเอกสาร ประกอบให้ตรงกันใน SharePoint 
ทลายขีดจำกัดของเอกสาร และค้นหาข้อมูลที่คุณต้องการด้วยความสามารถในการ ค้นหาใหม่ใน Office SharePoint Server 2007 ซึ่งช่วยให้คุณทำดัชนีและแสดงข้อมูลที่อยู่ภายในกับ เพื่อนร่วมงานและบริษัทคู่ค้า ตลอดจนในไซต์ SharePoint ทั่วทั้งองค์กร และระบบและรายงานของ สายธุรกิจ 
เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับการวิเคราะห์ใน Office Excel 2007 ช่วยให้คุณ และบุคลากรของคุณสามารถดึงสาระสำคัญจากข้อมูล Excel ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

1.6 องค์ประกอบของระบบ 2007 Microsoft Officeชุดโปรแกรม 
Microsoft Office Basic 2007 
Microsoft Office Home and Student 2007 
Microsoft Office Standard 2007 
Microsoft Office Small Business Edition 2007 
Microsoft Office Professional 2007 
Microsoft Office Professional Plus 2007 
Microsoft Office Enterprise 2007

1.7 โปรแกรม 
Microsoft Office Access 2007 
Microsoft Office Communicator 2007 
Microsoft Office Excel 2007 
Microsoft Office Groove 2007 
Microsoft Office InfoPath 2007 
Microsoft Office OneNote 2007 
Microsoft Office Outlook 2007 
Microsoft Office Outlook 2007 with Business Contact Manager 
Microsoft Office PowerPoint 2007 
Microsoft Office Project Standard 2007 
Microsoft Office Publisher 2007 
Microsoft Office SharePoint Designer 2007 
Microsoft Office Visio 2007 
Microsoft Office Word 2007

1.8 เซิร์ฟเวอร์ 
Microsoft Office Forms Server 2007 
Microsoft Office Groove Server 2007 
Microsoft Office Project Portfolio Server 2007 
Microsoft Office Project Server 2007 
Microsoft Office SharePoint Server 2007

1.9 บริการ

Microsoft Office Groove Enterprise Services

1.10 โซลูชัน 
Microsoft Business Intelligence Solutions 
Microsoft Office Enterprise Project Management (EPM) Solution

1.11 เทคโนโลยี 
Microsoft Windows SharePoint Services Technology

1.12 ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเสริมจาก Microsoft 
Microsoft Windows Server 2003 
Microsoft Exchange Server 2007

2. ชุดโปรแกรมระบบ Microsoft Office 2007 
ชุดโปรแกรม เซิร์ฟเวอร์ และบริการใหม่ๆ ใน Microsoft Office 2007 จะให้ฟังก์ชันการ ทำงานเพิ่มเติมและโซลูชันใหม่ๆ ด้วยตัวเลือกแพ็คเกจที่ปรับปรุงใหม่ คุณจะมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น กว่าเดิมในการหันมาใช้เทคโนโลยีและโซลูชันเฉพาะอย่าง ตามที่เหมาะกับความต้องการของธุรกิจ และตัวคุณเอง